ก็เขาไม่ได้สอนผมในโรงเรียน

สวัสดีค่า

ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเราไปมากแค่ไหน แต่เรื่องของการศึกษาเล่าเรียนก็ยังเป็นเรื่องสำคัญอยู่ดี แม้ว่าจะเริ่มมีกระแสว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยอยากไปเรียนในมหาวิทยาลัยกันแล้ว เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้นนะคะ แม้แต่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้นำการศึกษาของโลก เป็นแหล่งรวมมหาวิทยาลัยอันดับท็อปของโลก ก็เผชิญปัญหานี้มาระยะหนึ่งแล้ว

เอาเป็นว่า ไม่ว่าการเรียนการสอนจะเกิดขึ้นด้วยวิธีไหนก็ตาม แต่…มี Mindset บางเรื่องที่สำคัญสำหรับคนที่อยู่ในวัยที่เรียกได้ว่าเป็น “นักศึกษา” ในยุค 4.0 เป็นต้นไปต้องสนใจค่ะ เพราะเจ้า Mindset ที่ว่านี้จะทำให้เหล่านักศึกษาไม่ต้องเสียเวลาเรียนในสิ่งที่สุดท้ายแล้วไม่รู้ว่าเรียนไปเพื่ออะไร

Mindset ที่กำลังจะพูดถึงนี้ได้รับการถ่ายทอดจากคนๆ หนึ่งค่ะ เขาคนนั้นก็คือ ดร.หฤษฏ์ อินทะกนก นั่นเอง ซึ่ง ดร.หฤษฏ์ ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับ Mindset ที่เป็นประโยชน์นี้ผ่านหนังสือของเขาที่ใช้ชื่อว่า “ก็เขาไม่ได้สอนผมในโรงเรียน”

ถ้าจะถามว่า แล้ว ดร.หฤษฏ์ ไปเอาความรู้จากไหนมาเล่าให้เราฟัง คำตอบก็คือ จากประสบการณ์ของเขาเองค่ะ จากหนังสือ “ก็เขาไม่ได้สอนผมในโรงเรียน” เขาได้บอกให้รู้ตั้งแต่แรกเลยค่ะว่า เขาเคยเป็นเด็กคนหนึ่งที่เรียนไม่เก่งถึงขั้นแย่มาก่อน แย่ขนาดไหนนะหรอ ก็ขนาดที่ว่า คุณแม่ส่งไปเรียนต่อที่ต่างประเทศตั้งแต่ช่วงมัธยมต้นเลย แถมไปคนเดียวด้วย เพื่อที่จะให้เขาได้เรียนรู้ ฝึกฝนๆๆๆ และพยายามให้มากๆ

แล้วผลเป็นอย่างไรนะหรือคะ สุดท้ายตอนจบ ดร.หฤษฏ์ ก็คว้าปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยดังของที่นั่นมาได้น่ะซิคะ

คำไฮไลท์หนึ่งที่ชอบมากๆ ก็คือ ถ้าคนธรรมดาอย่างเขาทำได้คุณก็ทำได้

เล่ามาตั้งนานไม่เข้าเรื่องสักที มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าว่าเจ้า Mindset ที่ ดร.หฤษฏ์ พูดถึงมีอะไรบ้าง

ดร.หฤษฏ์ เริ่มด้วยคำถามที่ง่ายแสนง่ายค่ะ

“คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังเรียนไปทำไม เพื่อใคร และเพราะอะไร?”

ลองตอบตัวเองกันดูค่ะ ว่า ทำไม เพื่อใคร และเพราะอะไร

ซึ่ง ดร.หฤษฏ์ ได้ทิ้งหมัดฮุกเอาไว้ว่า “มีกี่คนที่ตอบว่า เพื่อตัวเอง”

คำถามต่อมาค่ะ ถ้าเรียนจบแล้วจะเอายังไงต่อกับชีวิตดี

เรื่องนี้ ดร.หฤษฏ์ ฝากไว้ให้คิด 3 ข้อ คือ

1 จงคนหาสิ่งที่ชอบและหลงไหล

2 จงก้าวข้ามความกลัว

3 จงดึงสิ่งดีๆ ในชีวิตคุณออกมา

และสำหรับบัณฑิตจบใหม่นั้นมีตัวช่วยในการตัดสินใจในการหางานคือ

1 เลือกสิ่งที่สนใจจริงๆ

2 เลือกงานที่ดึงความสามารถของคุณออกมาให้โลกเห็น

และ

3 เลือกตำแหน่งที่มีความยืนหยุ่นในการทำงาน

ซึ่งสิ่งที่จะทำให้คุณรู้จักตัวเองได้ดีนั้นก็คือคุณจะต้องรู้จักพรสวรรค์ของตัวเองค่ะ

ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าพรสวรรค์ของตัวเองคืออะไร เขาก็มี 3 วิธีค้นหาพรสวรรค์มาให้ค้นหากันค่ะ นั่นคือ

1 ค้นหาสิ่งที่คุณรักในวัยเด็ก

2 ค้นหาสิ่งที่จะทำให้คุณลืมเวลาไปโดยสิ้นเชิง

3 ค้นหาสิ่งที่คุณทำแล้วรู้สึกว่าง่ายหรือเป็นธรรมชาติ

และ ดร.หฤษฏ์ ยังบอกอีกค่ะว่า พรสวรรค์มีแล้วเราอาจไปได้ไม่ถึงฝันถ้าไม่รู้จักสร้างพรแสวงด้วยนะจ๊ะ

และก่อนจบเล่ม ดร.หฤษฏ์ ก็บอกเอาไว้ว่า “ชีวิตมันสั้น จะกลัวไปทำไม” ค่ะ

ลองใช้เวลาสัก 1-2 นาที เขียนสิ่งที่คุณอยากทำแต่ไม่กล้าลงมือทำออกมาดูค่ะ

รายการที่คุณจดออกมาเหล่านั้นคือการสิ่งที่ชีวิตคุณพลาดไปค่ะ

โดยส่วนตัวอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้วรู้สึกว่ามีหลายๆ เรื่องที่ ดร.หฤษฏ์ เขียนได้โดนใจมาก อยากให้น้องๆ ได้อ่านก่อนที่จะเรียนจบ เพื่อที่จะได้เปิดโอกาสของตัวเองให้กว้างมากขึ้น และไม่ต้องรู้สึกเสียเวลาเรียนฟรีค่ะ

สำหรับรายละเอียดที่มากไปกว่านี้ต้องไปหาอ่านกันเองนะจ๊ะ เล่ามากกว่านี้ก็สปอยหนังสือล่ะจ้า

หนังสือ “ก็เขาไม่ได้สอนผมในโรงเรียน” ยังมีเรื่องโดนๆ ฉุกคิด ชวนตอบคำถามเพื่อให้ชีวิตการเป็นนักศึกษาคุ้มค่าและมีความสุขแบบจุกๆ กันเลยทีเดียวค่ะ